Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ระกา จ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประจำเดือนกันยายน ในวันที่ 9-10 กันยายน 2557
   
 

 
 
 
บทบาทผู้นำชุมชนในการจัดการของความขัดแย้งในชุมชน
 

        เนื่องด้วย การอยู่ร่วมกันในสังคมไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสังคมเกษตรกรรม มีความสัมพันธ์แบบเครือญาติ พี่น้อง โดยมีศาสนา และมีขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้สังคมไทยอยู่ร่วมกันได้ แม้ในบางชุมชน จะมีหลายชนเผ่า มีความต่างทางภาษา ค่านิยม ประเพณี กันไปบ้าง แต่ก็พบความขัดแย้งและการเกิดความรุนแรงน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตาม “ความขัดแย้งในชุมชน เกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา เป็นเรื่องปกติ ธรรมดาของมนุษยโลก” ดังนั้น ผู้นำชุมชน จึงต้องมีบทบาทหนึ่ง ที่สำคัญ ไม่น้อย คือ บทบาทในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง กรณีพิพาทต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน และบางครั้ง ผู้นำชุมชนเองก็สามารถก่อให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นมาเองได้ เช่น กรณีต่อมา ได้มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารจัดการเองมากขึ้น ผู้นำชุมชน ที่มีบทบาทสำคัญ  * * * กกลุ่มหนึ่ง คือ ผู้นำองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้ในช่วงแรกๆ ของการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่นนั้น ฝ่ายปกครองท้องที่ เกิดความรู้สึกว่า ถูกลดบทบาทและความสำคัญลง ไปอย่างมาก จนทำให้หลายๆพื้นที่ มีการต่อต้านกัน และนำไปสู่การแบ่งพรรค เป็นพวกเกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งก็เป็นบทเรียนที่หลายๆรัฐบาล ที่พยายามจะกระจายอำนาจให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว น่าจะเรียนรู้และถอดบทเรียน ว่า มีปัญหาความขัดแย้งในชุมชนตามมาอย่างไรบ้าง และ คุ้มค่า หรือไม่ในการเร่งพัฒนาตามอย่างตะวันตก โดยทิ้งปัญหาอันเกิด ความไม่พร้อมของคน และท้องถิ่น ไว้ข้างหลัง แล้วในวันนี้ เห็นได้ชัดว่า ความขัดแย้ง จากการแย่งชิงผลประโยชน์ จาก ธุรกิจการเมืองในระดับท้องถิ่น กลายเป็น เชื้อโรคร้ายที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว เพราะ เราไม่ได้คิดถึงภูมิต้านทาน (ไม่ได้ฉีดวัคซีนก่อน)ของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือ การที่คนชั้นกลางในชุมชน ต่างแสวงหาตำแหน่ง ในเทศบาล หรือ อบต. เพราะต้องการอำนาจทางการบริหาร ซึ่งอาจจะเอื้อให้เกิด ธุรกิจการเมืองภายใต้ระบบอุปถัมภ์และระบบหัวคะแนน เพื่อที่จะถอนทุนคืน จากการใช้เงินในการหาเสียง เพื่อเข้าสู่อำนาจในท้องถิ่นนั่นเอง

เขียนโดย   คุณ ประชาชน

วันที่ 24 ก.ย. 2555 เวลา 21.59 น. [ IP : 58.9.190.62 ]  
 

ผู้นำชุมชนจะเผชิญกับ ความขัดแย้งอยู่ ๕ กลุ่มสาเหตุ ได้แก่

        ๑. ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ ( Interest Conflict) พบว่า มักเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องการเกษตรกรรม ความเป็นอยู่ และ การประกอบอาชีพ ได้แก่ ปัญหาการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและพื้นที่ราบเชิงเขา ปัญหาจากการกำหนดเขตพื้นที่ทำกินของรัฐไม่ชัดเจน ทำให้ เกิดการบุกรุกที่สาธารณะของประชาชน เกิดข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ส่วนความขัดแย้งระหว่างผู้นำฝ่ายปกครองท้องที่ มักเกิดจากความแตกต่างด้านค่าตอบแทน ของฝ่ายท้องที่ กับฝ่ายท้องถิ่น และข้าราชการ (เหลื่อมล้ำและไม่สอดคล้องกับภาระ ความรับผิดชอบ) และ ผลประโยชน์ทับซ้อน จากการเมืองระดับชาติแทรกแซงการเมืองระดับท้องถิ่น

        ๒. ความขัดแย้งด้านข้อมูล ( Data Conflict) ที่พบมาก ได้แก่ การออกเอกสารสิทธิ์ หรือหลักฐานที่ทำกิน ซ้อนทับที่สาธารณะ มีการรับรู้และเข้าใจต่อเอกสารสิทธิ์ไม่ตรงกัน เช่น รัฐประกาศเขตอุทยาน ทับซ้อนเขตทำกินของชาวบ้าน โดยชาวบ้านไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง นอกจากนั้น พบว่าเกิดจากกระบวนการสื่อสารและภาษา ที่ใช้สื่อสารมีปัญหา เช่น สื่อชุมชน ที่ยังขาดความเป็นกลาง และยึดโยงกับผลประโยชน์ ช่องทางเข้าถึงสื่อ และ การแทรกแซงสื่อของภาครัฐ สื่ออินเตอร์เน็ทยังเข้าถึงชุมชนไม่มากพอและชาวบ้านยังขาดความรู้ด้านนี้มาก และประการสุดท้าย คือ การใช้สื่อโทรทัศน์ วิทยุ และอินเตอร์เน็ต มาใช้เพื่อสร้างความแตกแยก ความเกลียดชัง เพื่อทำลายคู่แข่งทางการเมืองด้วย ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์ตามมาด้วย

        ๓. ความขัดแย้งด้านโครงสร้าง (Structural Conflict) ที่เด่นชัด ได้แก่ ความเหลื่อมล้ำระหว่างชาวบ้าน กับภาครัฐ ในด้าน “อำนาจการต่อรอง” “การเข้าถึงสื่อ” และ “โอกาสของการเรียนรู้”ทำให้เกิด ความขัดแย้งแบบไม่สมมาตร(asymmetric conflict) เพราะความไม่สมดุลแห่งความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ภาครัฐ ใช้ประโยชน์/อ้าง กฎหมาย ระเบียบ ในการตัดสินใจแก้ปัญหาความขัดแย้งมากเกินไป จนละเลย ความเข้าใจในสิทธิมนุษย์ชน และด้านประชาชน ก็เรียนร้องมากจนเกินไป(บางท้องที่) จนละเลย กฎหมาย จึงพบปรากฏการณ์ “รัฐขัดแย้งกับประชาชน” ได้เช่น บริเวณ ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ที่ชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่ฯจับกุม ในข้อหาบุกรุกที่อุทยานฯ เป็นต้น แสดงให้เห็นถึง อำนาจในการมีส่วนร่วมตัดสินใจที่ไม่เท่ากัน

        ๔. ความขัดแย้งด้านค่านิยม และการให้คุณค่า ( Value Conflict) เห็นได้ว่า ความขัดแย้งหลายๆด้าน เกิดขึ้นจาก “อคติต่อกัน” และการยึดถือศักดิ์ศรี รวมถึง อคติที่เกิดจากความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรและอำนาจการตัดสินใจ และการตีคุณค่าของชาติพันธ์ อื่น จนกลายเป็นคนชายขอบในสังคมประชาธิปไตยที่เน้นความเสมอภาคและเท่าเทียม (สวนกระแสกันเอง ...ผู้วิจัย) สิ่งสำคัญยิ่งที่ ส่งผลต่อ ความเลวร้ายของสถานการณ์ความขัดแย้งในทุกระดับของประเทศไทย คือ อุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกันและตอบโต้เพื่อเอาชนะกัน ทั้งเพื่อผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของฝ่ายตน มากกว่าอุดมการณ์ที่แท้จริง

        ๕. ความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์ ( Relationship Conflict) ในอดีตระดับชุมชนนี้ยังพบปัญหาด้านนี้ไม่มากนัก เพราะสายสัมพันธ์เครือญาติ ยังสามารถยึดโยงความรู้สึก อคติต่อกันลงไปได้มาก แต่ในยุคปัจจุบัน นี้ความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์ ช่างเปราะบางเหลือเกิน เห็นได้จาก เมื่อเกิดความไม่เข้าใจในเรื่องข้อมูล ค่านิยม ย่อมนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน และยิ่งในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้า ความสัมพันธ์ขัดแย้งกันมากขึ้นจาก “สงครามสื่อ” แพร่กระจายไปทั่วประเทศ แบ่งแยก อุดมการณ์ (เสื้อสีแดง-สีเหลือง-สีชมพู-สีน้ำเงิน..)



เขียนโดย   คุณ ประชาชน

วันที่ 24 ก.ย. 2555 เวลา 22.01 น. [ IP : 58.9.190.62 ]  
 

         ถ้าผู้นำแต่ละหมู่บ้านมาจากการ(จ่ายเงิน/ซื้อเสียง)เพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านเลือกตัวเองเป็นผู้นำ ก็คงต้องพิจารณากันสักหน่อยว่าเราได้คนแบบนี้มาเพื่ออะไร เพื่อพัฒนาหมู่บ้าน หรือ เพื่อผลประโยชน์ของผู้นำ (ลองพิจารณากันดูว่าการเป็นผู้นำของหมู่บ้านเค้าได้ผลประโยชน์อะไรบ้าง เค้าแค่เสียผลประโยชน์เล็กน้อยในวันนี้ แต่เพื่อกอบโกยในวันข้างหน้า)..........

เขียนโดย   คุณ ประชาชย

วันที่ 24 ก.ย. 2555 เวลา 22.12 น. [ IP : 58.9.190.62 ]  
 

ประชาชนปากท้องร้อง..................เยียวยาด้วย การซื้อเสียง ในแต่ละการเลือกตั้ง .....พวกมากไม่สามารถลากได้ * * * กต่อไป......ใครจ่ายเยอะเท่านั้น จึงจะชนะการเลือกตั้ง

ถ้ารากฐานชุมชนไม่เข้มแข็ง ประเทศจะเป็นอย่างไร

เขียนโดย   คุณ อาสาช่วยไทย

วันที่ 25 ก.ย. 2555 เวลา 18.39 น. [ IP : 58.9.164.166 ]  
 
     
: รายละเอียด  
 
: แนบไฟล์  
ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB
 
: ชื่อผู้เขียน  
 
 
 
  กรุณากรอก ตัวอักษรหรือตัวเลข ตามภาพด้านบน
 
 
 
 
[1]
 
 
 
 
 
สงวนลิขสิทธิ์ ©องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ระกา
อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ๖๕๑๓๐ โทรศัพท์ : ๐-๕๕๓๑-๖๔๒๗
จำนวนผู้เข้าชม 0200562 เริ่มนับ 14 ก.พ. 2555
จัดทำโดย : NAXsolution.com